บริจาคถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยในทุกภูมิภาคของประเทศ ที่ต้องประสบกับปัญหาอุทกภัย จึงได้จัดทำถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด เพื่อมอบแก่ศูนย์บรรเทาสาธาณภัยเทพาพิทักษ์ ปฏิบัติการร่วมฝ่ายกิจการพลเรือน กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 เพื่อแจกจ่ายและเข้าช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ได้รับอุทกภัยในอำเภอต่างๆ

ร่วมส่งกำลังใจไปให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัด ทำให้พี่น้องชาวไทยหลายพื้นที่ ประสบปัญหาไร้ที่อยู่อาศัย และขาดแคลนสิ่งของจำเป็นเร่งด่วนเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค ทางเว็บไซต์ AcuteRealty.com จึงขอเป็นสื่อกลางในการเชิญชวนทุกท่าน ร่วมกันบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค และของใช้จำเป็น เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงพี่น้องชาวไทยที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้
สำหรับท่านใดที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถนำสิ่งของเข้ามาบริจาคได้ที่
– บริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ จำกัด อาคาร แอล. พี. เอ็น. ทาวเวอร์ ถนนนางลิ้นจี่ ชั้น 15 โทร.02-285-4645
– หรือที่สาขาสุขุมวิทพลัส โทร.02-713 5074

สิ่งของที่ท่านร่วมบริจาคจะถึงมือของผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย

9 ไม้มงคล-ปลูกเสริมบารมี

เรื่องราวเบาสมอง ประเทืองตับกับ Acute Realty รอบนี้ มาเบาๆในแนวความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างบ้านสร้างอาคาร เหนืออื่นใด องค์ประกอบรอบอาคารสิ่งปลูกสร้างของเรา คงไม่พ้น “ ต้นไม้ “  เพราะนอกจากคุณประโยชน์ที่มากมายของต้นไม้แล้ว  คนโบราณยังเชื่อว่าต้นไม้บางชนิดยังเป็นมงคลต่อท่านเจ้าของบ้านอีกด้วย

อันที่จริงไม้มงคลที่เชื่อกันมีหลายชนิด แต่ที่คนโบราณเชื่อจริงว่าเป็นไม้มงคล แท้ๆ ชนิดที่กรมป่าไม้ยังแนะนำว่าของเค้าดีจริง  มีอยู่ 9 ชนิด ได้แก่ ราชพฤกษ์, ชัยพฤกษ์, ทองหลาง, ไผ่สีสุก, กันเกรา, ทรงบาดาล, สัก, พะยูง และขนุน  ซึ่งไม้ทั้ง 9 ชนิด นิยมนำมาวางไว้ในศิลาฤกษ์  ประกอบพิธีมงคล ตลอดจนแก้อาถรรพ์ในสถานที่อีกด้วย  ทีนี้ เรามาดูรายละเอียดแล้วความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคลกันครับ  เริ่มจาก

1.”ราชพฤกษ์” หมายถึง ความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา

ราชพฤกษ์ เป็นไม้ยืนต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia fistula L.อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE-CAESAL PINIOIEAE คนมักรู้ในามต้น “คูน” ลำต้นสูงราว 10-15 เมตร เปลือกต้นสีเทาน้ำตาล ใบเป็นประกอบแบบขนนกมีใบย่อยขึ้นออกเป็นคู่ๆ ราว 3-8 คู่ ยาว 8-15 ซม. ส่วน ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อยาว 25-40 ซม. มีดอกย่อยสีเหลืองสวยงามมาก โดยจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ส่วนผล  ออกเป็นฝักทรงกระบอก ยาว 25-60 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2.5 ซม.

คนไทยโบราณเชื่อว่า หากปลูกต้นราชพฤกษ์ไว้ประจำบ้านจะช่วยและเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย เจ้าของบ้านจะมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยอีกด้วย

การปลูกควรเป็นวันเสาร์ ปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยให้ผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือและเป็นผู้ประกอบคุณงามความดีเป็นคนปลูก ยิ่งจะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก

2.”ชัยพฤกษ์”หมายถึง ความสำเร็จ การมีโชคชัย ชัยชนะ ชนะศัตรู ชนะอุปสรรคต่างๆ

“ชัยพฤกษ์” เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงราว 10-15 เมตร อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE ลำต้นตรงเปลือกต้นสีน้ำตาล ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ขึ้นเรียงสลับตามกิ่ง มีใบย่อยราว 5-15 คู่ เวลาออกดอก เป็นช่อตามซอกใบยาว 5-15 ซม. ดอกบานสีชมพู และค่อยเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม เส้นผ่าศูนย์กลางของดอกราว 3-4 ซม. จะออกดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ส่วน ผล เป็นฝักกลมสีดำ ยาว 25-60 ซม. มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 ซม.เมื่อแก่ไม่แตก ด้านในมีเมล็ดจำนวนมาก

เชื่อว่า ชัยพฤกษ์ เป็นต้นไม้ของเทพเจ้า หากบ้านใดปลูกจะช่วยทำให้เกิดความประสบผลสำเร็จในชีวิต เพราะต้นชัยพฤกษ์เป็นสัญลักษณ์แห่งความชัยชนะ และความอิสระ ควรปลูกในวันเสาร์เช่นกัน ปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

3.ปลูก”ทองหลาง”หมายถึง ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง มีเงินทองใช้ไม่ขัดสน

      “ทองหลาง” เป็นต้นไม้สมัยพุทธกาล จัดอยู่ในจำพวกไม้มงคล คนสมัยก่อนนิยมปลูก เพราะเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นทองหลางไว้ประจำบ้าน จะทำให้เจ้าของมีความร่ำรวย มีทองมากมาย นักเล่นต้นไม้เชื่อว่า หากนำใบทองหลางไปใช้ในพิธีกรรมของศาสนาพุทธหรือพรามณ์ เช่น พิธีปลูกบ้าน วางศิลาฤกษ์ พิธีแต่งงาน จะทำให้เกิดสิริมงคลยิ่งขึ้น

หากจะให้มีมงคลยิ่ง ผู้ปลูกควรเป็นผู้เกิดในปีมะแม และปลูกในวันเสาร์ ทางทิศเหนือ เป็นต้นไม้ชอบดินร่วนซุย ต้องแดดจัด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ อยู่ในวงศ์ “LEGUMINOSAE” ลำต้นมีสีเทาออกเหลืองอ่อนๆ แตกกิ่งก้านสาขาแผ่ออกไปรอบๆ ต้น ตามลำต้นและกิ่งมีหนามแหลมคมคล้ายกับต้นงิ้ว

ใบเป็นใบรวม ออกเป็นช่อ ช่อละราว 3 ใบ รูปทรงจะออกสามเหลี่ยมคล้ายใบโพธิ์ โคนใบมน ปลายใบแหลม ใบมีสีเขียวสด สลับสีเหลืองลากผ่านตามเส้นแขนงของใบไปทั่ว ออกดอกเป็นช่อ ตามข้อต้นหรือโคนใบ ราวช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ช่อของดอกจะยาว 8-12 ซม. สีแดงสด เมื่อออกดอกลำต้นจะทิ้งใบหมด เห็นแล้วสวยอีกแบบหนึ่ง

4.”ไผ่สีสุก”หมายถึง มีความสุขกายสบายใจ ไร้ทุกข์โศกโรคภัย

“ไผ่สีสุก” นอกจากจะมีประโยชน์ในการช่วยบังลม และนำหน่อไม้มาทำเป็นอาหารแล้ว ยังมีความเชื่อว่า ถ้าปลูกไผ่สีสุกไว้ภายในบริเวณบ้าน จะทำให้คนภายในบ้านมีความซื่อตรง ดุจลำต้นของไผ่ และยังให้เจ้าของบ้าน มีความเป็นอยู่ที่ดี มั่งมีศรีสุขด้วย การปลูกควรคนในบ้านที่เกิดปีมะแม ก็จะยิ่งเป็นมงคล เพราะเป็นไม้มงคลประจำปีมะแม  เวลาปลูกควรปลูกไว้ทางทิศตะวันออก

ไผ่สีสุก ขึ้นเป็นกอลำต้นตรงสูงยาว 10-18 เมตร อยู่ในวงศ์ Gramineae มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-15 ซม. ผิวเรียบเป็นมัน ข้อไม่พอง แต่กิ่งก้านสาขาเป็นฉากกับลำต้น ใบ เป็นรวมแต่ละใบมีใบย่อย 5-6 ใบ ใกล้ปลายกิ่ง รูปเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม แผ่นใบกว้าง 1-2 ซม. ยาว 10-20 ซม. ใต้ใบมีสีเขียวอมเหลือง ก้านใบสั้น ขอบใบสาก

5. “กันเกรา” หมายถึง ป้องกันภัยอันตราย ภูตผี โรคภัยต่างๆ

“กันเกรา” ถือเป็นไม้มงคลนามอีกชนิดหนึ่ง ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานกล้าไม้มงคลประจำจังหวัดนครพนม ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้าปลูกต้นกันเกราจะเป็นมงคลแก่ตัวผู้ปลูกและบริวารภายในบ้าน โดยจะช่วยคุ้มภยันตราย ควรปลูกทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และปลูกในวันเสาร์ จะส่งผลให้ดียิ่ง

เป็นไม้ยืนต้นอยู่ในวงศ์ “POTALIACEAE” สูงราว 15-20  เมตร ลำต้นตรง ใบ ออกตามกิ่งเป็นคู่ๆ รูปทรงรี ยาว 8-12 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ใบจะบางแต่เหนียว ปลายใบแหลมสีเขียวเข้ม โคนก้านมีใบหุ้มกระชับ ดอกออกเป็นช่อขึ้นตามง่ามใบและปลายกิ่ง มีดอกย่อยด้วยแต่เล็กมากเชื่อมติดกัน เมื่อดอกบานจะมีสีขาว และค่อยเป็นสีเหลือง กลิ่นหอมเย็น ปลายแยกเป็น 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 5 อัน เมื่อดอกร่วงมี ผล ขนาดเล็กรูปทรงกลม ออกเป็นพวง ผลสีแดงมีเนื้ออ่อน เป็นที่โปรดปรานของนกตระกูลปรอด

6.”ทรงบาดาล”หมายถึง ความมั่นคงแข็งแรง  เป็นใหญ่

“ทรงบาดาล” จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางตระกูลถั่ว สูงราว 4-8 เมตร รูปทรงพุ่ม อยู่ในวงศ์ LEGUMINOSAE แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบ เป็นใบรวมออกเป็นแผงบนก้านใบด้านเดียวกันเป็นคู่ๆ ใบย่อยรูปทรงรี ส่วนดอกมีสีเหลืองออกตามซอกใบและปลายกิ่งเวลาบานมี 5 กลีบสีเหลือง ขณะที่ผลออกเป็นฝักแบนๆ คล้ายส้มป่อย กว้าง 1 ซม. ยาว 10-15 ซม.

คนโบราณเชื่อว่า ปลูกแล้วเจ้าของบ้านจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ กว้างขวาง เป็นที่นับหน้าถือตาและเป็นที่ยำเกรงของคนทั่วไป เพราะคำว่า ทรงบาดาล คือผู้เป็นใหญ่แห่งนาคพิภพในชั้นบาดาลนั่นเอง นิยมในพิธีก่อฤกษ์หรือวางศิลาฤกษ์ ส่วนการปลูกควรปลูกวันเสาร์ทางด้านทิศตะวันตก

7.  “สัก” หมายถึง ความมีศักดิ์ศรี ความมีเกียรติ อำนาจบารมี คนเคารพนับถือและยำเกรง

“สัก” ไม่เพียงแต่จะเป็นไม้เศรษฐกิจที่มีราคาสูงอย่างเดียว แต่คนโบราณเชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่เจ้าของบ้าน และผู้อยู่อาศัยอีกด้วย คือ จะช่วยเพิ่มความมีสง่าราศี มีตำแหน่ง   และเป็นที่เคารพยกย่องจากบุคคลทั่วไป เวลาปลูกปลูกทิศเหนือ ปลูกในวันเสาร์

เป็นไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ อยู่ในวงศ์ VERBENACEAE ลำต้นชะลูดสูงถึง 30 เมตร เปลือกสีเทา มีรอยแตกเป็นร่องเล็กๆ ออกเป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ตามกิ่ง กว้างและยาวราว 25-30 ซม. โคนมน ปลายใบแหลม ผิวใบขนสากสีเขียวเข้ม ออกดอก เป็นช่อขนาดเล็กตามซอกใบและปลายกิ่งบานสีขาวนวล ส่วน ผล ทรงกลม พอแก่เปลือกแห้ง มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 2 ซม.

8.ปลูก”พะยูง”หมายถึง  การพยุงฐานะให้ดีขึ้น ไม่ตกต่ำ

“พะยูง” เป็นพรรณไม้พระราชทาน เพื่อเป็นไม้มงคลประจำจังหวัดหนองบัวลำภู คนไทยเราเชื่อว่า ถ้าปลูกแล้วจะทำให้พ้นภับพิบัติ และจะมีฐานะที่ขึ้น จะช่วยพยุงให้ทุกอย่างที่ดีขึ้น

เป็นยืนต้นขนาดกลางในวงศ์ LEGUMINOSAE สูงราว 15-20 เมตร เปลือกต้นสีเทา ผิวเรียบ เรือนยอดทรงกลมใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงสลับตามต้น แต่ละใบมีใบย่อย 7-9 ใบ กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-7 ซม. โคนใบย่อยสอบ ปลายใบแหลม  ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้ม ท้องใบสีจาง

ดอก ออกเป็นช่อขนาดเล็กตามซอกใบและที่ปลายกิ่ง เวลาบานสีขาว ส่งกลิ่นหอมอ่อน ส่วน ผล เป็นฝักแบนกว้างราวๆ 1 ซม. ยาว 4-6 ซม. ด้านในเมล็ด 1-4 เมล็ด ฝักออกราวเดือนกรกฎาคม-กันยายน

9.”ขนุน” หมายถึง หนุนให้ดีขึ้นร่ำรวยขึ้น ทำอะไรจะมีผู้ให้การเกื้อหนุน

บางคนปลูก “ขนุน” หวังที่จะกินผล หารู้ไม่ว่า โบราณเชื่อว่าเป็นไม้มงคล หากไว้ปลูกหลังบ้านจะมีผู้อุดหนุนค้ำจุน หรือมีผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นไม้มงคล 8 ทิศด้วย หากให้เป็นมงคลควรปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ยิ่งเจ้าของบ้านเกิปปีวอกจะทำให้มีมงคลยิ่งขึ้น

เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 15-20 เมตร ในวงศ์ MORACEAE เปลือกต้นสีเทาน้ำตาล มีรอยแตกและน้ำยางสีขาวข้นไหลประปราย ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปทรงรี กว้าง 5-8 ซม. ยาว 10-15 ซม. โคนใบมนปลายใบทู่

ออกดอกเป็นช่อรวมกันเป็นกลุ่ม ตามกิ่ง มีลักษณะเป็นแท่งยาว 2-5 ซม. เป็นสมบูรณ์เพศ ดอกเพศมีกลิ่นหอมคล้ายส่าเหล้า ส่วนผลรูปทรงกลมและยาวขนาดใหญ่ หนัก 10-60 กก. เปลือกผลเป็นตุ่มๆคล้ายหนาม ด้านในมีเนื้อหุ้มเมล็ดหรือยวงจำนวนมาก

อ่านบทความนี้แล้ว ไม่ต้องถึงขนาดไปถอนต้นมะม่วง มะนาวที่บ้านออกแล้วปลูก 9 ไม้มงคลเข้าแทนน่ะครับ ต้นไม้ทุกต้นมีคุณค่าให้ประโยชน์กับมนุษย์ได้  เพียงแต่อาจไม่ได้ขึ้นทำเนียบ 9 ไม้มงคลของประชาสากล  เช่นเดียวกัน  หลายๆครั้ง การทำความดี ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ยกย่องของสังคม ขอเพียงเรารู้ว่าเราทำความดี และทำต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ  แม้ไม่ขึ้นทำเนียบคนดีของใคร  แต่ใจของเราก็มีความสุขเสมอ และสักวันผลแห่งความดีที่ทำจะตอบแทนเราอย่างแน่นอนครับ

ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก

การวิเคราะห์ผลตอบแทนของอสังหาริมทรัพย์

สำหรับการวิเคราะห์หรือประเมินมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ มีอยู่ 3 วิธีด้วยกัน คือ

  1. การประเมินอสังหาริมทรัพย์เชิงรายได้
  2. การประเมินอสังหาริมทรัพย์เชิงสิ่งปลูกสร้าง(ต้นทุนการก่อสร้าง)
  3. การประเมินอสังหาริมทรัพย์เชิงมูลค่าตามตลาด

การวิเคราะห์ผลตอบแทนของอสังหาริมทรัพย์ในวันนี้เราจะมาพูดถึงในหัวข้อที่ 1 กัน คือการวิเคราะห์ หรือการประเมินมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์เชิงรายได้ ซึ่งในการคำนวณตรงนี้สามารถวัดได้ ว่าสินทรัพย์ที่เราซื้อมา นั้นมีความถูกและความแพงอย่างไร ตรงนี้เราจะดูที่ความสามารถในการทำกำไรของทรัพย์สินนั้นๆ และดูว่าสร้างกระแสเงินสดจากการปล่อยเช่าได้เท่าไร เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่าง ดังนี้

อพาร์ทเม้นท์ย่านมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ขนาด 1 ไร่ จำนวน 240 ห้อง ค่าเช่าอยู่ระหว่าง 3,000 บาท ถึง 5,500 บาทต่อเดือน ปัจจุบันว่างอยู่ 3 ห้อง ราคาขาย 90 ล้านบาท

เราคำนวนรายได้และรายจ่ายรวมดังนี้
– รายได้ทั้งหมดคิดจาก ค่าเช่าห้อง ค่าเช่าร้านค้า ค่าเช่าทีวีตู้เย็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบริการอินเตอร์เน็ต ค่าบริการเคเบิ้ลทีวี ค่าบำรุงรักษา ค่าที่จอดรถ ที่เก็บจากผู้เช่า และรายได้จากเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ รวมเดือนละ 1,050,000 บาท
– รายจ่ายทั้งหมดคิดจาก รายจ่ายเงินเดือนเสมียน แม่บ้านและร.ป.ภ. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์และค่าบริการอินเตอร์เน็ต ค่าบริการเคเบิ้ลทีวี ค่าบำรุงรักษา ค่าที่จอดรถ ที่ต้องจ่ายให้กับผู้ให้บริการ รวมเดือนละ 304,000 บาท

สำหรับเรื่องภาษีรายได้นั้นขอไม่นำมาคำนวณนะครับ เพราะจะขึ้นอยู่กับการถือครองในรูปแบบบุคคลหรือนิติบุคคลด้วย*
เมื่อเราสามารถหารายรับและรายจ่ายในเบื้องต้นได้แล้ว ก็นำมาคิดหาความสามารถในการทำกำไร NOI (Net Operation Income)

การวิเคราะห์ผลตอบแทนของอสังหาริมทรัพย์

สูตร  NOI (Net Operation Income)

กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน  NOI =   (ราคาซื้อขายทรัพย์สิน / กำไรสุทธิต่อปี) * 100
รายรับต่อปี   = 1,050,000 * 12 = 12,600,000 บาท
รายจ่ายต่อปี =     304,000 * 12 =   3,648,000 บาท
NOI     =   (90,000,000 /12,600,000 – 3,648,000) *100 = 10.05 %

ซึ่งผลตอบแทนที่ได้มานั้น อยู่ที่ 10.05 % ถือว่าอยู่ในระดับสูง ทีเดียว ถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยของกิจการอพาร์ทเม้นท์ซึ่งเท่ากับ 7- 10 % (วัดจากอพาร์ทเม้นท์ที่เสนอขายในตลาด) ถือว่าน่าสนใจมากครับสำหรับกิจการนี้

การวิเคราะห์ผลตอบแทนของอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตามเราต้องดูเป้าหมายในการลงทุนของตัวราเองด้วยว่าต้องการผลตอบแทนที่เท่าไร ขนาดเงินที่ได้รับนั้นเหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนของเราหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกัน

สุดท้ายนี้ ที่อยากฝากไว้ สำหรับการวิเคราะห์เชิงรายได้นั้น จะหาทรัพย์สินที่มีลักษณะที่ต้องการในผลตอบแทนระดับนี้ ยากทีเดียวครับ ถึงมีไม่นานก็ซื้อขายกันได้แล้วครับ ซึ่งการคิดวิธีนี้ต้องพิจารณา 2 หัวข้อที่เหลือในข้างต้นด้วย เพื่อให้ราคาที่เราตัดสินใจซื้อนั้นเป็นราคาที่เหมาะสมที่สุด

ครั้งหน้าจะมาชี้แจงการประเมินอสังหาริมทรัพย์เชิงสิ่งปลูกสร้าง (ต้นทุนการก่อสร้าง) และการประเมินอสังหาริมทรัพย์เชิงมูลค่าตามตลาดให้อ่านกันครับ  สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องการลงทุนทรัพย์สินประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะ อพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม บ้านและที่ดินสามาถเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.AcuteRealty.com ได้ครับ พบกันใหม่ครั้งหน้า  สวัสดีครับ

ที่มา: AcuteRealty-Press on Facebook

รีบโอนก่อนใช้ราคาประเมินใหม่

เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งปีแล้วนะคะ ที่จะต้องเตรียมตัวควักกระเป๋าเพิ่มในการจ่ายค่าโอน โดยเฉลี่ย 15-25%* เนื่องจากกรมธนารักษ์เตรียมประกาศ บัญชีราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ทั่วประเทศยกแผง ใช้ทำนิติกรรมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 – 31 ธันวาคม 2558 เป็นการพิจารณาราคาประเมินตามวาระ ทุก 4 ปี โดยเฉพาะทำเลในเขตกรุงเทพมหานคร อย่างใจกลางเมือง แนวรถไฟฟ้าและถนนสายสำคัญ เนื่องจากมีศักยภาพและมีความเคลื่อนไหว จากการพัฒนามากที่สุด อย่างเช่น สุขุมวิท  สาทร  สีลม อาทิ ที่ดินช่วงต้น ถนนสุขุมวิท จากราคา 650,000 บาทต่อตารางวา ราคาประเมินใหม่ปรับเป็น 800,000 บาทต่อตารางวา เป็นต้น ส่วนในที่ดินที่ติดกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่ว บางซื่อ-บางใหญ่ ที่กำลังก่อสร้าง และ สายสีชมพู เส้นทาง ปากเกร็ด-แจ้งวัฒนะ-หลักสี่-รามอินทรา-สุวินทวงศ์ ยังไม่ได้ก่อสร้าง จะมีการปรับสูงขึ้นกว่า 50%**  ส่วนที่ดินตามต่างจังหวัด จะเป็นทำเลแถบชายทะเลหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญอาทิ ภูเก็ต สมุย พัทยา หัวหิน ฯลฯ ขณะเดียวกันบางทำเลอาจมีราคาปรับลดลงหรือทรงตัวเช่นทำเลที่ไม่มีการพัฒนา ที่ดินตาบอดทำเลอยู่ในเขตเสี่ยงอันตรายและเกิดมลพิษ เป็นต้น ส่วนพื้นที่อาคาร ห้องชุด จะประเมินราคาในรอบนี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ต้องตัดสินใจเสียแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าหากตัดสินใจล่าช้าผ่านสิ้นปี 2554 จะส่งผลให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15-25% เนื่องจากต้องใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินใหม่ ดังนั้นหากไม่ต้องการควักกระเป๋าเพิ่ม จากการจ่ายค่าธรรมเนียมการโอน 2% ของราคาประเมินก็ต้องเร่งโอนและเชื่อว่า สิ้นปี2554 กรมที่ดินจะต้องรับมือโอนบ้าน ที่ดินและคอนโดมิเนียมอย่างถล่มทลายอย่างแน่นอน

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,601 วันที่ 16-19 มกราคม 2554
มติชนออนไลน์ วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การเลือกนายหน้า (ตอนที่ 1)

สวัสดีครับ ชาวบล็อค Professional Real Estate Agent

     วันนี้ขออนุญาติหยิบบทความดี ๆ มาฝาก สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อ หรือเช่า บ้าน คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ หรือที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ ผ่าน ตัวแทน หรือ นายหน้า และนายหน้าก็มีให้เลือกใช้บริการอยู่หลายรายในประเทศ แต่ เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าควรจะลือกใช้บริการกับเจ้าไหนดี เอาอะไรเป็นตัววัด หรือถ้าใช้แล้วจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร…

ถึงตรงนี้ท่านที่สนใจ ลองอ่านบทความข้างล่างนี้เพื่อไขข้อข้องใจของท่านกับ

“การเลือกนายหน้า”

ในปัจจุบันท่านที่ต้องการขายบ้านมีทางเลือกที่จะทำการขายอยู่ 3 วิธีคือ

1. ทำการขายด้วยตนเอง
2.จ้างบริษัทรับจ้างทำการโฆษณา ทำโฆษณาขายให้ โดยให้ผู่ซื้อติดต่อมาที่เจ้าของโดยตรง
3. เรียกให้บริษัทนายหน้ามาทำการขายให้ เช่น บริษัท Acute Realty จำกัด

ซึ่งในแต่ละวิธีจะมีข้อดีข้อเสียเราพอจะสรุปได้ตามตาราง

การเลือกนายหน้า

การเลือกนายหน้า

จากตารางท่านจะเห็นว่าการทำ

การขายด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะจ้างให้บริษัททำการโฆษณาให้หรือไม่จะมีข้อดีแน่ๆ ข้อเดียวคือ ไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือเสียแค่ค่าจ้างโฆษณาจำนวนหนึ่ง

แต่ขบวนการทั้งหมดที่จะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อนั้นท่านจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งสิน ซึ่งสิ่งที่ท่านจะต้องทำเหล่านี้ด้วยแต่เปลืองเวลาของท่าน และท่านจะต้องเสียโอกาสในการที่จะได้ไปทำกิจกรรมอื่นๆ ท่านต้องมาคอยเฝ้าเพื่อจะเปิดบ้านให้ผู้สนใจดูตลอดเวลา

ส่วนในเรื่องที่คิดเองว่าจะเป็นข้อดี เช่น ขายเองทำให้ได้ราคาสูงสุดและคาดว่าสามารถหว่านล้อมให้ผู้สนใจซื้อเชื่อท่านได้นั้น ขอเรียนชี้แจ้งว่า การตั้งราคาขายนั้นเนื่องจากผู้ขายมิได้มีอาชีพทางด้านนี้โดยตรง แนวคิดในการตั้งราคาของท่านก็จะมาจากหลักของต้นทุนซื้อบวกกับค่าตกแต่งพร้อมดอกเบี้ยที่เสียไป

ในเรื่องการหว่านล้อมนั้นเราขอเรียนว่าปกติผู้ซื้อจะไม่เชื่อตามคำบอกจากผู้ขายฝ่ายเดียวเท่านั้น ผู้ซื้อจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งแล้วนำมาประมวลเปรียบเทียบจึงจะได้ ราคาตั้งซื้อ

ดังนั้นในตอนนี้เบื้องต้นท่านต้องชั่งน้ำหนักดูก่อนว่า ท่านจะเลือกทางใดระหว่าง ทำการขายด้วยตนเอง หรือ จะให้บริษัทนายหน้าอย่างเรามาดำเนินการขายให้

โอกาสต่อไปเราค่อยมาดูกันว่าถ้าจะเลือกนายหน้าจะเลือกนายหน้าแบบใด

การเลือกนายหน้า

การเลือกนายหน้า

เรียบเรียงโดย : คุณ มิตรภาพ สิทธิชัยณรงค์